7/15/2552

ภูมิภาคกลาง (จูบุ)

จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะได้อยู่บนยอดเขาสูงของ "เจแปน แอลป์" ชายฝั่งทะเลที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้
เมืองนาโงย่า ในจังหวัดไอจิ อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 1.50 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษสายโทไกโดชินคันเซน และ 1 ชม. จากชิน-โอซาก้า ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งปราสาทเก่าแก่ใหญ่อันดับที่สี่ของญี่ปุ่น มีการตัดเส้นทางที่ดี และถนนหลวงที่กว้างขวาง และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม เครื่องปั้นดินเผาและ "ชิโบะริ- โซเมะ" หรือผ้ามัดย้อม งานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆ ของญี่ปุ่น ใกล้กับใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทนาโงย่า ซึ่งแต่เดิมเป็นกองบัญชาการกองทหารของตระกูลโทคุกาวะและควรแวะชม พิพิธภัณฑ์โทคุกาวะ ที่ย่านซะกะเอะ ซึ่งรวบรวมสิ่งของต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้นของตระกูลโทคุกาวะ

แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ที่ เมืองเซโตะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองนาโงย่า เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาที เป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเตาเผาแบบท้องถิ่น ทั่วทั้งเมืองจะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องปั้นดินเผา โทโกนะเมะยากิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานาน
เมืองอินุยะมะ ห่างจากนาโงย่าโดยรถไฟ 30 นาที เป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่า เป็นที่ตั้งของปราสาทกำแพงขาวป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเมหยิ 90 นาทีโดยรถบัสจากนาโงย่า เป็นพิพิธภัณฑ์ตึกเก่ากลางแจ้งที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยเมจิ (1869-1912) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงเมืองนาโงย่า
สวนสาธารณะอิเซะ-ชิมะ เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ และแหล่งประมงเพาะเลี้ยงหอยมุกเพื่อผลิตไข่มุกตลอดแนวชายฝั่ง

ศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโตที่มีความเก่าแก่คงความศักดิ์สิทธิ์ เดินทางจากนาโงย่าโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. เป็นที่เคารพนับถือที่สุดในญี่ปุ่น ศาลเจ้าจะได้รับการบูรณะใหม่ทุก 20 ปี

เมืองโทบะ เมืองท่าที่มีชื่อเสียง มี เกาะไข่มุกมิกิโมะโตะ เป็นเกาะแรกที่เพาะไข่มุกเทียมเป็นอุตสาหกรรมอันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ห่างจากเมืองอิเซะเดินทาง 20 นาที โดยรถไฟ และ 1.50 ชม. โดยรถไฟจากนาโงย่า นอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิชินโต คือ
"หินสมรส" เป็นหินสองก้อนที่เชื่อมด้วยเชือกเส้นโตอยู่กลางทะเล
เมืองทากายะมะ ในจังหวัดกิฟุ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่า ใช้เวลา 2.10 ชม. เป็นเมืองที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ทากายะมะเต็มไปด้วยบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ตลอดทั้งเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ จะมีสถานที่ดึงดูดความสนใจอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นระยะ รวมทั้งหลากหลายพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่จัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่นที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยมในวิชาช่าง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของเมืองนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม อยู่ในเว็บภาษาไทย
http://www.hida.jp/thai/
หมู่บ้านชิระคะวะโกะ ห่างจากเมืองทะคะยะมะ 50 นาที โดยรถบัส เอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลัง เป็นหลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือของชาวบ้านที่ร่วมแรงกันในชุมชน ความร่วมมือของทุกคนในหมู่บ้าน จึงเรียกว่า กัชโชทจึคุริ หมายถึงร่วมมือสร้าง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านมรดกโลก บางแห่งสามารถเข้าพักค้างคืนได้ เปิดเป็นกิจการภายในครอบครัว นักท่องเที่ยวจะเห็นการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

เทือกเขาเจแปนเแอลป์ เป็นเทือกเขาที่มียอดภูเขาไฟทอดตัวต่อเนื่องกันยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พาดผ่านศูนย์กลางของฮอนชูในแนวนอน เทือกเขาเจแปนแอลป์ มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเทือกเขาแอลป์ทางยุโรป ในเรื่องความกระด้างและความสวยงาม ใจกลางทางเหนือของเทือกเขาเป็นที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติ จูบุ-ซังงะคุ

เมืองนางาโนะ เป็นที่รู้จักทั่วโลก ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิคฤดูหนาวในปี 1998 บริเวณที่ราบสูงได้รับการจัดสรรให้เป็นที่เล่นสกีฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยม และเหมาะแก่การเดินทางพักผ่อนชมวิวในฤดูร้อน
วัดเซนโกจิ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนางาโนะ เมื่อ 1,400 ปีก่อน เคยได้รับยกย่องอย่างสูงให้เป็นศูนย์กลางความเชื่อแรกเริ่มของศาสนาพุทธ อาคารหลักของวัดที่โอ่โถงถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ

หอคอยหลักของ ปราสาทไม้มะทจึโมะโตะ ที่ตั้งอยู่ในเมืองมะทจึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ปราสาทอีกา" ตั้งตามสีดำของกำแพง ปราสาทนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามกลางเมือง จึงไม่มีการประดับประดามากนัก แต่กระนั้นก็ยังเปล่งประกายความสวยงามอย่างเรียบๆ และแสดงออกถึงความเป็นชาย
เมืองคะนะซะวะ ในจังหวัดอิชิกะวะ 3 ชม. โดยสารรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่าหรือโอซาก้า เป็นต้นกำเนิดเมืองที่มากด้วยปราสาท ที่คงไว้ซึ่งรสนิยมของต้นยุคศักดินา ในศตวรรษที่ 17-19 ความแพร่หลายของละครโนะ พิธีชงชา และการจัดดอกไม้ เป็นผลมาจากยุคแห่งความวุ่นวาย ผู้คนจึงพากันหันหน้าเข้าหาความเพลิดเพลินใส่ตัว สวนสาธารณะเค็นโระคุเอ็ง ที่สร้างขึ้นในปี 1822 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคานาซะวะ เป็นที่รู้จักกันดีถึงความงามหนึ่งในสามสวนที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น อีกสองแห่งได้แก่
สวนคะอิระคุ ใน เมืองมิโตะ และ สวนโคระคุเอ็ง ใน เมืองโอกะยะมะ

จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองฟุกุอิ 1.30 ชม. โดยรถไฟจากคะนะซะวะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดเออิเฮหยิ ได้รับการประกาศให้เป็นสำนักงานใหญ่ของนิกายโซโตะ ลัทธิเซน ก่อตั้งโดยพระโดเง็น (1200-1253) ผู้ซึ่งนำลัทธิเซนจากจีนเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคะนะซะวะ เป็น แหลมโนโตะ ที่ยื่นเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น แนวชายฝั่งทะเลยาว ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ส่วนนอกชายฝั่งมีลักษณะพิเศษที่ความหยาบกระด้าง ในขณะที่ส่วนในของชายฝั่ง เรียงรายไปด้วยอ่าวและปากน้ำของหมู่บ้านประมงจำนวนมาก

เส้นทางสู่เทือกเขาแอลป์ทะเตยะมะ คุโรเบะ ในจังหวัดโทยะมะ มีความสำคัญมาก เป็นเส้นทางชมวิวภูเขาที่คดเคี้ยวจาก
สถานีทะเตยะมะ โดยรถไฟท้องถิ่นโทยะมะ-จิโฮะ ต่อรถบัส รถรางบัส หรือกระเช้าลอยฟ้า ผ่านใจกลางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์มายังสถานีปลายทาง สถานีชินะโนโอมะจิในจังหวัดนางาโนะสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามสูงถึง 3,000 เมตรที่ระดับความสูงของภูเขา ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์อันกว้างใหญ่สวยงามมาก

เมืองนีอิงะตะ ใช้เวลา 2 ชม. จากโตเกียวเป็นบริเวณที่มีหิมะมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถดึงดูดนักสกีจากทั่วทุกมุมโลกในช่วงฤดูหนาว

เกาะซาโดะ จากเมืองนีอิงะตะเดินทางโดยเรือไฮโดรฟอยล์ใช้เวลา 1 ชม. เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นลำดับที่ห้าในญี่ปุ่น มีไร่นาเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์จำนวนมาก อยู่ระหว่างภูเขาสองลูกที่ตั้งขนานเชื่อมต่อกัน

http://www.yokosojapan.org/destianation/center.html

7/11/2552

ภูมิภาคตะวันตก (คันไซ)

ภูมิภาคคันไซเจริญก้าวหน้าในฐานะที่เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของญี่ปุ่นยาวนานตั้งแต่สมัยอดีต คันไซเป็นภูมิภาคที่มีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างชัดเจนแม้กระทั่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่พิเศษมาก สร้างความคึกคักให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
เมืองโอซาก้า ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียว 3 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซน หรือ 1 ชม. โดยเครื่องบิน โอซาก้าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำหรับญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำโยโดะ โอซาก้ามีคลองที่เชื่องโยงกันไปมาภายใต้ถนนหลายเส้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่เมือง
รายละเอียดเพิ่มเติม อยู่ในเว็บภาษาไทย
http://www.osaka-info.jp/th/

ในฐานะที่เป็นเมืองดั้งเดิม จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นต้นแบบของ ละครหุ่นกระบอกบุนระคุ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังไม่ควรพลาดชมอ่าวโอซาก้าซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางความทันสมัยที่สุด เดือนมีนาคม 2001 โอซาก้าเปิดสวนสนุกแห่งใหม่ซึ่งจำลองแบบจากฮอล์ลีวูด
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน เป็นสถานที่เที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งเพิ่มขึ้นมาจากเดิม
ที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งคือ ปราสาทโอซาก้า ครั้งหนึ่งเคยเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1586 โดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ปัจจุบันเป็นป้อมปราการสูงห้าชั้น จำลองแบบจากของเดิม เก็บรักษาศิลปะวัตถุโบราณหลายชิ้น ทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทโยโทมิและโอซาก้าในอดีต

เมืองนะคะโนะชิมะ เป็นเมืองศูนย์กลาง ตั้งอยู่บนพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดเล็กบริเวณแม่น้ำโยโดะ มี ศาลเจ้าเท็มมังหงุ ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับมิจิซะเนะ ซุงะวะระ นักวิชาการที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ใกล้กันนั้นเป็นถนนช้อปปิ้ง เท็นจินบะชิ ที่เจริญก้าวหน้ามาได้ยาวนาน ก็เพราะเหล่านักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนยังศาลเจ้าท้องถิ่นนี้นั่นเอง ทางเดินที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้า พอจะทำให้เห็นได้บ้างถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนท้องถิ่น
สำหรับแหล่งบันเทิงและย่านช้อปปิ้ง พลาดไม่ได้เลยที่จะต้องแวะมายัง ย่านอุเมดะ และ ย่านนัมบะ ที่มีสถานีรถไฟ และศูนย์การค้าใต้ดินที่ทันสมัยอยู่จำนวนมาก สำหรับนักจับจ่ายซื้อของ และนักชิมอาหาร “คุยดะโอเระ” ถนนนักชิมที่มีชื่อเสียงสมคำเล่าลือ ที่ว่าโอซาก้าเป็นเมืองสำหรับนักชิมอย่างแท้จริง อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ เช่น ยากิ-นิกุ (เนื้อย่าง) ฟุกุ-นาเบะ (ปลาปักเป้ากระทะร้อน) ซูชิ และ ทาโกะ-ยากิ (ปลาหมึกปิ้ง)

เมืองโกเบ เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาทีจากโอซาก้า เป็นเมืองท่าสำคัญที่เคยเป็นแหล่งพักอาศัยของชาวต่างชาติ จึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงการปฏิรูปสมัยเมจิที่เริ่มขึ้นในปี 1868 เมืองนี้เต็มไปด้วยเนินเขา มีตรอกและทางเดินแคบๆคดเคี้ยวอยู่มากมาย มี
เขารอคโค ซึ่งมี บ่อน้ำแร่อะริมะออนเซน อยู่ไม่ไกลนัก เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มาเที่ยวชมวิวและแช่น้ำแร่

หอคอยอ่าวโกเบ มีความสูงถึง 108 เมตร สวยงามไปด้วยแสงไฟที่สว่างขึ้นในยามเย็น ตรงข้ามกันคืออ่าวโกเบ บ่งบอกถึงความก้าวหน้าใหม่ๆ ของเมืองริมฝั่ง ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบวิวยามค่ำคืนได้เป็นจำนวนมาก

เมืองฮิเมจิ ที่ตั้งของ ปราสาทฮิเมจิ เป็นปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่คงรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สามารถเดินไปจากสถานีฮิเมจิ ซึ่งไม่ไกลจากโอซาก้านัก

ศาสนสถานบน ยอดเขาโคยะ ขึ้นได้โดยนั่งรถไฟ 2 ชม. จากโอซาก้า ซึ่งสร้างขึ้นในปี 816 โดยโคโบะ ไดชิ ศาสดาของ
นิกายชินคอน ศาสนาพุทธ ศาสนสถานแห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดจำนวนมากกว่า 120 แห่ง มีห้องพัก 53 ห้องด้วยราคาเหมาะสม สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ในแต่ละปี มีผู้ที่ต้องการแสวงบุญเดินทางมาเยี่ยมเยียนถึง 1 ล้านคน
เกียวโตและนารา
สองเมืองหลวงเก่าแก่ แหล่งประเพณีและของล้ำค่าที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้ ยังคงสิ่งต่างๆในอดีตไว้ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดต่างๆที่เป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลา และถนนเก่าแก่ที่เงียบสงบ ชวนให้นึกถึง “ประเทศญี่ปุ่น” ที่หลายคนวาดภาพไว้
เมืองเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นเมื่อ 1,000 กว่าปีมาแล้ว ระหว่างช่วงเวลานั้น ก็กลายมาเป็นแหล่งที่ดีที่สุดที่รวบรวมศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา และแนวความคิดต่างๆของญี่ปุ่น จากโตเกียวสามารถเดินทางโดยรถไฟด่วนชินคันเซน ใช้เวลา 2.40 ชม. และ 1.15 ชม. จากสนามบินระหว่างประเทศคันไซ ใกล้กับเมืองโอซาก้า

ศูนย์กลางของเกียวโต เป็นที่ตั้งของพระราชวังเกียวโต ที่มีชื่อเสียงสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียบง่าย (หมายเหตุ : นักท่องเที่ยวต้องขอใบอนุญาตเข้าชม 20 นาที ก่อนรอบเช้า 10.00 น. หรือรอบบ่าย 14.00 น.) ใกล้กันนั้นคือ ปราสาทนิโจะ ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นมรดกโลก ที่มีการออกแบบที่หรูหรามากกว่า เคยเป็นที่พำนักชั่วคราวของ โชกุนโทคุกาวะที่นานครั้งจะมาเยือนเมืองนี้

ย่านกิออง อยู่ใกล้กับ ถนนชิโจะ-คะวะระมะจิ เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับชมศิลปะเก่าแก่และละครพื้นบ้าน ร้านอาหารแบบดั้งเดิมเรียงรายตามถนนเพิ่มความโดดเด่นให้กับบรรยากาศที่ละเอียดอ่อน และในย่านฮิงะชิยามะ มี วัดซันจูซันเก็นโดะ สิ่งที่ทำให้วัดนี้เป็นที่รู้จักคือเจ้าแม่กวนอิมเทพีแห่งความเตตา ในปรางต่างๆที่ทำจากไม้ฉาบทอง มากถึง 1,001 ปราง
นอกจากนี้ ที่ วัดคิโยะมิซึ ภายในมีระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาเหนือหุบเขา ทำให้เห็นวิวเมืองได้โดยกว้าง และ วัดงิงคะคุหยิ หรือวัดพลับพลาเงิน รู้จักกันดี ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมที่ประณีต และความสวยงามที่ไม่สามารถบรรยายได้ของสวนในวัดนี้

พระราชวังคัตซึระ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกียวโต ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น และทิวทัศน์ของสวนที่สวยงาม รวมถึง พระราชวังชูงะกุอิน ซึ่งสร้างขึ้นในสตวรรษที่ 17 ภายใต้การปกครองของโชกุนโทคุกาวะ ในฐานะสถานพักฟื้นของ
จักรพรรดิโกะ-มิซุโนะ จะเข้าชมที่นี่ได้จากตัวแทนสำนักพระราชวัง ควรจะยื่นคำร้องขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้าหลายวันก่อนเยี่ยมชม

ย่านอะระชิยะมะ เพียง 20 นาทีโดยรถไฟจากตัวเมืองเกียวโต ที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติขุนเขาและสายน้ำ วัดและร้านค้าต่างๆมากมาย จะเดินเที่ยวหรือปั่นจักรยานก็สามารถทำได้ มีทั้งเส้นทางรถไฟชมธรรมชาติด้วย

ทางตะวันตกของเมืองเกียวโต มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้ง วัดคินคะคุหยิ (วัดพลับพลาทอง) มีชื่อเสียง และ วัดเรียวอันหยิ มีสวนหินที่ขึ้นชื่อ โดยใช้หินและทรายขาวออกแบบอย่างเรียบง่าย จำลองธรรมชาติไว้มุมหนึ่งในวัด
เมืองนารา ห่างจากทางใต้ของเกียวโต 43 กิโลเมตร หรือ 30 นาที เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นก่อนเมืองเกียวโต เป็นเมืองสำคัญที่รวบรวมเอาศิลปะ งานหัตถกรรม วรรณคดี และประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่นไว้

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่ใกล้กับสถานีนารา เป็น สวนสาธารณะนารา หรือที่รู้จักกันว่าเป็นสวนกวาง เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของกวางเชื่อง
วัดโทไดหยิ เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียง มีวิหารไดบุทสึเด็นซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปใหญ่แห่งเมืองนารา ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ทางด้านตะวันตกเป็นที่ตั้งของ วัดโคฟุคุหยิ สร้างเมื่อปี 710 มีพระพุทธรูปที่มีค่ามากประดิษฐานอยู่ในสำนักมรดกแห่งชาติ ใกล้กันนั้นคือเจดีย์ห้าชั้น ตั้งริมน้ำซะรุซะวะ
พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา ที่ซึ่งเก็บรวบรวมชิ้นงานศิลปะทางศาสนาพุทธทุกยุคทุกสมัย

ศาลเจ้าคะซึกะ ตั้งอยู่ด้านหลังวัดโทไดหยิ ที่สร้างขึ้นในปี 768 หนึ่งในศาลเจ้าลัทธิชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ศาลเจ้านี้เคลือบเงาสีแดงสดก่อให้เกิดความสวยงามตัดกับธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยสีเขียว มีโคมหินประมาณ 1,800 โคม ตั้งเรียงเป็นทางยาวตลอดริมระเบียงทางเดิน

วัดโฮริวหยิ ที่ใช้เวลาเพียง 45 นาทีโดยรถไฟจากสถานีนารา ไม่เพียงแต่เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่นเท่านั้น ยังเป็นวัดไม้ที่มีความสำคัญสวยงามมากจน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี 607 มีการบูรณะเพิ่มเติมอยู่กว่า 40 อาคาร นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

http://www.yokosojapan.org/destianation/kansai.html

7/09/2552

ภูมิภาคกลาง (จูบุ)

จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะได้อยู่บนยอดเขาสูงของ "เจแปน แอลป์" ชายฝั่งทะเลที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้
เมืองนาโงย่า ในจังหวัดไอจิ อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 1.50 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษสายโทไกโดชินคันเซน และ 1 ชม. จากชิน-โอซาก้า ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งปราสาทเก่าแก่ใหญ่อันดับที่สี่ของญี่ปุ่น มีการตัดเส้นทางที่ดี และถนนหลวงที่กว้างขวาง และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม เครื่องปั้นดินเผาและ "ชิโบะริ- โซเมะ" หรือผ้ามัดย้อม งานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆ ของญี่ปุ่น ใกล้กับใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทนาโงย่า ซึ่งแต่เดิมเป็นกองบัญชาการกองทหารของตระกูลโทคุกาวะและควรแวะชม พิพิธภัณฑ์โทคุกาวะ ที่ย่านซะกะเอะ ซึ่งรวบรวมสิ่งของต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้นของตระกูลโทคุกาวะ

แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ที่ เมืองเซโตะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองนาโงย่า เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาที เป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเตาเผาแบบท้องถิ่น ทั่วทั้งเมืองจะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องปั้นดินเผา โทโกนะเมะยากิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานาน
เมืองอินุยะมะ ห่างจากนาโงย่าโดยรถไฟ 30 นาที เป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่า เป็นที่ตั้งของปราสาทกำแพงขาวป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเมหยิ 90 นาทีโดยรถบัสจากนาโงย่า เป็นพิพิธภัณฑ์ตึกเก่ากลางแจ้งที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยเมจิ (1869-1912) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงเมืองนาโงย่า
สวนสาธารณะอิเซะ-ชิมะ เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ และแหล่งประมงเพาะเลี้ยงหอยมุกเพื่อผลิตไข่มุกตลอดแนวชายฝั่ง

ศาลเจ้าใหญ่อิเซะ ในจังหวัดมิเอะ เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโตที่มีความเก่าแก่คงความศักดิ์สิทธิ์ เดินทางจากนาโงย่าโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. เป็นที่เคารพนับถือที่สุดในญี่ปุ่น ศาลเจ้าจะได้รับการบูรณะใหม่ทุก 20 ปี

เมืองโทบะ เมืองท่าที่มีชื่อเสียง มี เกาะไข่มุกมิกิโมะโตะ เป็นเกาะแรกที่เพาะไข่มุกเทียมเป็นอุตสาหกรรมอันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ห่างจากเมืองอิเซะเดินทาง 20 นาที โดยรถไฟ และ 1.50 ชม. โดยรถไฟจากนาโงย่า นอกจากนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิชินโต คือ
"หินสมรส" เป็นหินสองก้อนที่เชื่อมด้วยเชือกเส้นโตอยู่กลางทะเล
เมืองทากายะมะ ในจังหวัดกิฟุ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่า ใช้เวลา 2.10 ชม. เป็นเมืองที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ทากายะมะเต็มไปด้วยบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ตลอดทั้งเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ จะมีสถานที่ดึงดูดความสนใจอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นระยะ รวมทั้งหลากหลายพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่จัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่นที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยมในวิชาช่าง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของเมืองนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม อยู่ในเว็บภาษาไทย
http://www.hida.jp/thai/
หมู่บ้านชิระคะวะโกะ ห่างจากเมืองทะคะยะมะ 50 นาที โดยรถบัส เอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลัง เป็นหลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือของชาวบ้านที่ร่วมแรงกันในชุมชน ความร่วมมือของทุกคนในหมู่บ้าน จึงเรียกว่า กัชโชทจึคุริ หมายถึงร่วมมือสร้าง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านมรดกโลก บางแห่งสามารถเข้าพักค้างคืนได้ เปิดเป็นกิจการภายในครอบครัว นักท่องเที่ยวจะเห็นการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

เทือกเขาเจแปนเแอลป์ เป็นเทือกเขาที่มียอดภูเขาไฟทอดตัวต่อเนื่องกันยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ พาดผ่านศูนย์กลางของฮอนชูในแนวนอน เทือกเขาเจแปนแอลป์ มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเทือกเขาแอลป์ทางยุโรป ในเรื่องความกระด้างและความสวยงาม ใจกลางทางเหนือของเทือกเขาเป็นที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติ จูบุ-ซังงะคุ

เมืองนางาโนะ เป็นที่รู้จักทั่วโลก ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิคฤดูหนาวในปี 1998 บริเวณที่ราบสูงได้รับการจัดสรรให้เป็นที่เล่นสกีฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยม และเหมาะแก่การเดินทางพักผ่อนชมวิวในฤดูร้อน
วัดเซนโกจิ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองนางาโนะ เมื่อ 1,400 ปีก่อน เคยได้รับยกย่องอย่างสูงให้เป็นศูนย์กลางความเชื่อแรกเริ่มของศาสนาพุทธ อาคารหลักของวัดที่โอ่โถงถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ

หอคอยหลักของ ปราสาทไม้มะทจึโมะโตะ ที่ตั้งอยู่ในเมืองมะทจึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ปราสาทอีกา" ตั้งตามสีดำของกำแพง ปราสาทนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามกลางเมือง จึงไม่มีการประดับประดามากนัก แต่กระนั้นก็ยังเปล่งประกายความสวยงามอย่างเรียบๆ และแสดงออกถึงความเป็นชาย
เมืองคะนะซะวะ ในจังหวัดอิชิกะวะ 3 ชม. โดยสารรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากนาโงย่าหรือโอซาก้า เป็นต้นกำเนิดเมืองที่มากด้วยปราสาท ที่คงไว้ซึ่งรสนิยมของต้นยุคศักดินา ในศตวรรษที่ 17-19 ความแพร่หลายของละครโนะ พิธีชงชา และการจัดดอกไม้ เป็นผลมาจากยุคแห่งความวุ่นวาย ผู้คนจึงพากันหันหน้าเข้าหาความเพลิดเพลินใส่ตัว สวนสาธารณะเค็นโระคุเอ็ง ที่สร้างขึ้นในปี 1822 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคานาซะวะ เป็นที่รู้จักกันดีถึงความงามหนึ่งในสามสวนที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น อีกสองแห่งได้แก่
สวนคะอิระคุ ใน เมืองมิโตะ และ สวนโคระคุเอ็ง ใน เมืองโอกะยะมะ

จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองฟุกุอิ 1.30 ชม. โดยรถไฟจากคะนะซะวะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดเออิเฮหยิ ได้รับการประกาศให้เป็นสำนักงานใหญ่ของนิกายโซโตะ ลัทธิเซน ก่อตั้งโดยพระโดเง็น (1200-1253) ผู้ซึ่งนำลัทธิเซนจากจีนเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคะนะซะวะ เป็น แหลมโนโตะ ที่ยื่นเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น แนวชายฝั่งทะเลยาว ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ส่วนนอกชายฝั่งมีลักษณะพิเศษที่ความหยาบกระด้าง ในขณะที่ส่วนในของชายฝั่ง เรียงรายไปด้วยอ่าวและปากน้ำของหมู่บ้านประมงจำนวนมาก

เส้นทางสู่เทือกเขาแอลป์ทะเตยะมะ คุโรเบะ ในจังหวัดโทยะมะ มีความสำคัญมาก เป็นเส้นทางชมวิวภูเขาที่คดเคี้ยวจาก
สถานีทะเตยะมะ โดยรถไฟท้องถิ่นโทยะมะ-จิโฮะ ต่อรถบัส รถรางบัส หรือกระเช้าลอยฟ้า ผ่านใจกลางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์มายังสถานีปลายทาง สถานีชินะโนโอมะจิในจังหวัดนางาโนะสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามสูงถึง 3,000 เมตรที่ระดับความสูงของภูเขา ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์อันกว้างใหญ่สวยงามมาก

เมืองนีอิงะตะ ใช้เวลา 2 ชม. จากโตเกียวเป็นบริเวณที่มีหิมะมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถดึงดูดนักสกีจากทั่วทุกมุมโลกในช่วงฤดูหนาว

เกาะซาโดะ จากเมืองนีอิงะตะเดินทางโดยเรือไฮโดรฟอยล์ใช้เวลา 1 ชม. เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นลำดับที่ห้าในญี่ปุ่น มีไร่นาเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์จำนวนมาก อยู่ระหว่างภูเขาสองลูกที่ตั้งขนานเชื่อมต่อกัน

http://www.yokosojapan.org/destianation/center.html

7/08/2552

ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว

พื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน
พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ สวนตะวันออกฮิกาชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ

จุดเด่นสำคัญของสถานีรถไฟโตเกียว มะรุโนอุจิ ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตึกมารุโนจิ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มารุ-บิร" สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 พร้อมกับตึก 36 ชั้น ภายในประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานมากมาย

จากนั้นเดินอีกสิบนาที ก็จะถึง ย่านกินซ่า ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศ ซึ่งสว่างไสวไปด้วยไฟนีออนที่ละลานตา ที่ใกล้กันนั้นคือ โรงละครคะบุกิซ่า
หันหลังจากแสงสีอึกทึกครึกโครมของย่านกินซ่าและยูระคุโจ ยังมีย่านอุเอโนะ จะมี สวนสาธารณะอุเอโนะ ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้ที่มาชมซากุระบาน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วย
ถ้าหากต้องการมองย้อนไปในอดีตของโตเกียว ก็ต้องที่ ย่านอะซะคุซะ ซึ่งย่านนี้จะประกอบไปด้วยถนนสายเล็กๆจำนวนหลายสาย เต็มไปด้วยตึกและร้านค้าเก่าแก่ ซึ่งจะขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโนหรือหวีทำด้วยมือ

วัดอะซะคุซะ เต็มไปด้วยร้านค้าขายของพื้นมืองหลายหลาก สีสันสดใสตลอดสองข้างทาง เป็นแหล่งเลือกซื้อของที่ระลึกอย่างดีเยี่ยม

ย่านชินจุกุ แหล่งท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง ยามกลางวันแวะชม สวนสาธารณะชิจุกุเกียวเอ็น ที่เงียบสงบ ใกล้ๆ กันนั้นใน ย่านฮะทจึได เป็นที่ตั้งโรงละครโอเปร่าเต็มรูปแบบ

ย่านชิบุยะ เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น ใกล้กับ ศาลเจ้าเมจิ ที่เงียบสงบ ติดต่อกันเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมและสวรรค์ของคนรุ่นใหม่คือ ย่านฮะระจุกุ และ

ย่านอะโอยะมะ
ย่านโอไดบะ สร้างขึ้นจากการถมทะเลในอ่าวโตเกียว เป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ มีทั้งแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่ ที่มีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ
เรนโบว์ ทาวน์ เหล่าคู่รักวัยรุ่นนิยมนั่งชิงช้าสวรรค์ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม มีทั้งสวนสนุกของบ่อน้ำแร่ โอเอโดะ-ออนเซ็น โมโนงะตะริ ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์อาบน้ำแร่ในทุกรูปแบบที่นี่
สถานที่เที่ยวในจังหวัดที่ใกล้เมืองโตเกียว
โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ในจังหวัดชิบะสวนสนุกยอดนิยมที่สุดในญี่ปุ่น ใกล้สถานีไมฮะมะ ใช้เวลาเพียง 20 นาที จากสถานีรถไฟโตเกียว โดยรถไฟฟ้าสายเจอาร์เคโย

เมืองโยโกฮาม่า ในจังหวัดคะนะงะวะ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น จากโตเกียวใช้เวลา 30 นาที เคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่เปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่การปฏิรูปสมัยเมจิ (1868-1911) และเต็มไปด้วยอาคารมีชื่อในประวัติศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึง สวนซังเคอิ-เอ็ง
ย่านมินะโมโตะ มิระอิ 21 ตั้งอยู่บริเวณริมอ่าว เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมบรรยากาศริมทะเล สำหรับนักชิมอาหารอร่อย ก็ต้องที่ ไชนาทาวน์ ในโยโกฮาม่า มีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย

เมืองหลวงเก่าคะมะคุระ เดินทางโดยรถไฟห่างจากโตเกียว 1 ชมอยู่ใกล้ชายทะเล มีวัดที่เงียบสงบมาก ประกอบกับตัวเมืองเก่า ที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งมรดกทางโบราณสถาน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดคือ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ "ไดบุทจึ" สูง 11.4 เมตร หนัก 122 ตัน ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ณ. วัดฮะเซเดระ ยัง มี ศาลเจ้า ทซึรุกาโอกะ ฮาจิมังกุ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปมากมายหลายองค์ ทั้งใหญ่และเล็กทั่วบริเวณ
อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ อิซึ เดินทางโดยรถไฟจากสถานีโอดะคิว ใกล้สถานีชินจุคุในโตเกียวใช้เวลา 1.30 ชม. ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อน มีทะเลสาบอาชิ ที่สามารถล่องเรือชมวิว ระหว่างทางมี พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งแสดงรูปปั้นแกะสลักอยู่เป็นจำนวนมาก และ หุบเขาน้ำแร่กำมะถัน
โอวาคุดะนิ เป็นสถานีกระเช้าลอยฟ้าที่แวะเที่ยวได้

ภูเขาฟูจิ มีความสูง 3,776 เมตร ซึ่งไม่ใช่เพียงสูงที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่น และเป็นต้นกำเนิดของธรรมชาติหลายๆแห่งรวมถึง ทะเลสาบฟูจิทั้งห้า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมเดินป่าและไต่เขา ฤดูที่เหมาะสำหรับการไต่เขาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
คาบสมุทรอิซุ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฮาโกเน่ เป็นสถานที่ที่จัดไว้สำหรับแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ และ เทือกเขาอะมะหงิ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำตก

เกาะทั้ง 7 แห่งอิซุ เป็นสถานที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างวิวทะเลที่สวยงามกับบ่อน้ำพุร้อนเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น เกาะโอชิม่า เป็นสถานที่พักผ่อนที่สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างง่ายๆ เพียง 1.45 ชม. โดยเรือด่วนจากโตเกียว สามารถเที่ยวแบบไปกลับได้ภายในหนึ่งวัน

บ่อน้ำพุร้อนคุซะทจึ ในจังหวัดกุมมะ เป็นสปารีสอร์ทที่ติดอันดับต้นแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เดินทางจากโตเกียวโดยรถบัส ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชม. น้ำแร่ของที่นี่มีความเป็นกรดสูง สามารถกร่อนเหรียญดอลลาร์ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
เมืองนิกโก้ ในจังหวัดโทจิหงิ เดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟจากโตเกียว เป็นอัญมณีแห่งธรรมชาติและสถานที่สำคัญของการบวงสรวงภูเขาแต่ครั้งโบราณ จึงมีการสร้าง ศาลเจ้าโทโชงุ ขึ้น เป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกไปจากสถาปัตยกรรมทั่วไปของญี่ปุ่น แสดงออกถึงความมั่งคั่งและการประดับประดาซับซ้อนสวยงามมาก จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นิกโก้เป็นสุสานโบราณของโทคุกะว่า อิเอยะซึ ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลยุคเอโด นอกจากนี้ยังมี
น้ำตกเคง่อน และ ทะเลสาบจูเซนหยิ ที่มี วัดจูเซนหยิ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ อีกทั้ง ภูเขานันไต ที่สง่างามต้อนรับผู้มาเยือนทุกฤดูกาล ส่วนลึกเข้าไปเป็นที่พักแบบมีบริการอาบน้ำแร่ธรรมชาติ
ย่านคินุกะวะออนเซน สวนสนุกเอโดมุระ ที่เป็นหมู่บ้านจำลองยุคเอโด และ
โทบุเวิลด์สแควร์ ที่จำลองสิ่งก่อสร้างทั่วโลกให้ได้ชมอย่างสมจริง จึงถือได้ว่าการได้เที่ยวนิกโก้ก็เพียงพอแล้ว เพราะได้สัมผัสครบถ้วนทั้งธรรมชาติ โบราณสถาน และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ


http://www.yokosojapan.org/destianation/kanto.html

7/07/2552

ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โทโฮขุ)

สำหรับภูมิภาคโทโฮขุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริงและตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆของฤดูร้อน
ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮขุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษาและบำบัดโรคมายาวนาน

ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนใช้เวลา 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทจึชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์เซนเซขิ เพียง 40 นาที เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าวที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าวเพื่อชมวิวได้รอบทิศ

เมืองฮิระอิซึมิ ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซอนหยิ ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์
เมืองอะโอโมริ ใช้เวลา 2.5 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโมริโอกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก ทะเลสาบโทวาดะ และ หุบเขาโออิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติ
โทวาดะ-ฮะจิมังไต
กลางอุทยานมีทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโออิระเซะทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่

โบราณสถานของซันนะอิ-มารุยะมะ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมืองอะโอโมริโดย
รถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม
นอกจากนี้ที่อะโอโมริยังมีงาน เทศกาลเนบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนานได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว
เมืองฮิโรซะคิ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากอะโอโมริ ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ปราสาทฮิโรซะคิ
และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น

เทือกเขาชิระคะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอโมริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วย

เมืองอะคิตะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮขุ

เมืองคะคุโนะดาเทะ จากอะคิตะใช้เวลา 75 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง
เมืองยะมะงะตะ 3 ชม.เดินทางจากโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาวในแถบ เทือกเขาซาโอะ มี ทะเลสาบซาโอะ "โอคะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด

เมืองไอซุ วาคะมะทจึ เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสึรุงะ สามารถนั่งรถไฟด่วนชินคันเซน โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และ ทะเลสาบอินาวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย

http://www.yokosojapan.org/destianation/ne.html

6/17/2552

ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)

ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)
ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซาก้า เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมี หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและแหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้
เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮาโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ
เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร และจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมี บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าต่อรถไฟลงไปทางใต้ของเมืองนี้ เป็น เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล สวยงามมากในฤดูร้อน และมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว

ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโดจะมีธรรมชาติอันสวยงามที่เป็นชายฝั่งทะเลใกล้ เมืองอะบะชิริ มีธารน้ำแข็งให้ชมในฤดูหนาวและ คาบสมุทรชิเระโตะโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้ง
ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบมาชูและ
ทะเลสาบคุชิโระ


ทางตะวันตกของฮอกไกโดมี เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองค้าขาย ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 รอบ ๆ เมืองจะมี คลองโอตะรุ เป็นโบราณสถานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิก มีถนนร้านซุชิสดที่สุดในโลกให้ลองลิ้มชิมรส

http://www.yokosojapan.org/destianation/index.html

2/10/2552

Good Bye!!


I think everyone ever says


“Good Bye”


Why? It has many reasons to say that.


Maybe, when you hear that it will make you terrible.


But it not means we will leave forever just only say for today .


And tomorrow we will meet again.


But for the couple to say that for stop relationship.


And then the word it makes you hurt.


But someone has to say that and leave forever.



But for me I don’t like to hear that. I think it a bad thing really.


If it possible I want to listen “See you again” more than “Good bye”.